Browsed by
หมวดหมู่: ข่าวกีฬา

ลีโอเนล เมสซี่

ลีโอเนล เมสซี่

ลีโอเนล เมสซี่ ชื่อนี้ไม่มีใครไม่รู้จักและไม่เคยมีใครสงสัยในความสามารถของนักเตะอาร์เจนไตน์ คนนี้  

แต่น่าแปลกมั้ยที่นักเตะที่เป็นศูนย์กลางหรือเป็นทั้งสโมสรของบาร์เซโลน่า และเป็นนักเตะที่สามารถคว้าบังลังดอร์ได้มากที่สุดในปัจจุบัน และยังความแชมป์มาทุกถ้วยกับสโมสรบาร์เซโลน่า ในสเปนมาครบทุกถ้วยแล้ว แต่เจ้าตัวกลับไม่เคยสัมผัสถ้วยแชมป์ฟุตบอลโลกหรือแม้แต่โคปปา อเมริกา เลยแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งนักวิเคราะห์ฟุตบอล หรืออดีตตำนานนักเตะหลายๆ คนก็ยังตั้งคำถามและอดสงสัยไม่ได้ ทั้งๆ ที่ระดับความสามารถของ เมสซี่ นั้นเข้าขั้นมนุษย์ต่างดาว แต่พอไปเล่นให้ทีมชาติ กลับกลายเป็นคนละคนกับที่เล่นให้กับบาร์เซโลน่า ซึ่งจุดนี้มีนักวิเคราะห์หรือตำนานนักเตะหลายๆท่าน

สันนิษฐานและลงความเห็นว่า เพราะองค์ประกอบนักเตะและระบบการเล่นของทีมชาติกับสโมสรไม่เหมือนกัน ซึ่งถ้าเรามามองทีละจุดอย่างที่หลายๆท่านวิเคราะห์ไว้นั้น สำหรับจุดเรื่ององค์ประกอบของนักเตะนั้น มีความเป็นไปได้สูง เพราะที่สโมสรบาร์เซโลน่านั้น มีนักเตะเก่งๆ และมีเซ้นส์บอลตาม เมสซี่ ทันอยู่มากมาย

เรียกว่าแทบทุกตำแหน่งเลย ยิ่งช่วงที่ยังมี อิเนียสต้า กับ ซาบี อลอนโซ่ ยืนปักหลักตรงกลางให้เมสซี่ คอยสนับสนุนอยู่ด้านหลัง และด้านหน้ามี ทั้งเนย์มาร์ และ ซัวเรส ต้องบอกเลยว่าเมื่อใดก็ตามที่ลูกบอลอยู่ที่เท้าเมสซี่นั้น นั่นหมายความโอกาสที่จะทำให้บาร์เซโลน่า ได้ประตูนั้นมีเกินกว่าห้าสิบเปอร์เซ็นต์ เพราะไม่ว่าเค้าจะเลี้ยงเข้าไปทำประตูเอง

หรือด้วยความชาญฉลาดในการจ่ายแบบคิลเลอร์พาส ให้กับ เนย์มาร์ หรือ ซัวเรสทำประตู หรือแม้แต่การต่อบอลทำเกมเข้าไปในกรอบเขตโทษกับ อิเนียสต้า หรือ ซาบี้ นั้นหมายความว่า ประตูเกิดขึ้นได้เสมอกับสุดยอดทีมบาร์เซโลน่า แต่พอมามองถึงทีมชาตินั้น ต้องบอกเลยว่าองค์ประกอบพวกนี้ขาดให้ไป

ถึงแม้ต่อให้พยายามปรับระบบการเล่นเอื้อกับเมสซี่ ที่สุดแล้วนั้น แต่นั่นกลับหมายความยิ่งไปแบกภาระให้กับเมสซี่ มากขึ้น เพราะลำพังตัวเค้าคนเดียวไม่สามารถสร้างสรรค์โอกาส หรือมีผู้ช่วยที่ดีอย่างในสโมสรบาร์เซโลน่าได้ เพราะถ้ามองจริงๆแล้วนั้น กองหน้าของอาร์เจนติน่า มีดีแทบทุกตัว ไม่ว่าจะเป็น กุน อเกโร่ หรือแม้แต่ อิกวนอิน และ อังเคล ดิมาเรีย แต่พอมองถึงกลองกลางและกองหลังแล้วนั้น มันช่างแตกต่างกับบาร์โซโลน่า พอสมควร นั่นจึงคือเหตุผลที่ เมสซี่ ไม่เคยได้สัมผัส สองถ้วยใหญ่ มาประดับบารมีเค้าได้เลย ว่ากันว่า หากเอาบาร์เซโลน่า มาแข่งแทน เมสซี่ อาจได้ชูถ้วยแชมป์ฟุตบอลโลก กับโคปปาแล้ว ก็เป็นได้

โอเดี้ยน อิกาโล่

โอเดี้ยน อิกาโล่

5 เรื่องน่ารู้สำหรับ โอเดี้ยน อิกาโล่ กองหน้าที่จะมาช่วยผีแดงจบท็อปโฟร์

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังเผชิญหน้ากับปัญหาขาดแคลนกองหน้าหลังจาก มาร์คัส แรชฟอร์ด ได้รับบาดเจ็บ บวกกับ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ฟอร์มดร็อปลงไป แม้จะมี เมสัน กรีนวู้ด แต่เจ้าหนูรายนี้ยังเด็กเกินไปที่จะต้องแผบกรับภาระอันหนักอึ้ง

ว่าแล้ว โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ จัดการคว้าตัว โอเดี้ยน อิกาโล่ หัวหอกสัญชาติไนจีเรียด้วยสัญญา 6 เดือน ด้วยความคาดหวังที่จะเข้ามาแก้ปัญหาระยะสั้นได้ แม้จะอยู่ค้าแข้งในประเทศจีนถึง 3 ปีก็ตาม ซึ่งนี่คือเรื่องน่ารู้สำหรับหัวหอกวัย 30 ปีผู้นี้

เขาคือใคร?

โอเดี้ยน จู๊ด อิกาโล่ เกิดเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 1989 เขาเริ่มต้นอาชีพค้าแข้งกับทีมในบ้านเกิดจนไปเตะตาแมวมองของสโมสรในยุโรปอย่าง ลินน์ ทีมในลีกนอร์เวย์ จากนั้นในปีต่อมาก็ไปร่วมทีม อูดิเนเซ่ และถูกปล่อยยืมอยู่กับทั้ง กรานาด้า และ เซเชน่า แต่ในฤดูกาล 2011/12 เขาถูก กรานาด้า ยืมตัวอีกครั้งและสามารถช่วยให้ กรานาด้า เลื่อนชั้นมาเล่นในลาลีกาได้สำเร็จ 


เมื่อปี 2014 อิกาโล่ ย้ายไป วัตฟอร์ต ซึ่งในพรีเมียร์ลีกนี้เองที่เขาสร้างชื่อให้กับตัวเอง แต่ตัดสินใจย้ายออกจากทีมเพื่อไปค้าแข้งในประเทศจีนแบบดื้อ ๆ ในปี 2017 กับ ชางชุน ย่าไท่ และ เซี่ยงไฮ้ เสิ่นหัว ตามลำดับ

ผลงานกับทีมชาติเป็นไงบ้าง?

อิกาโล่ มีสถิติการทำประตูที่น่าประทับใจดีในระดับทีมชาติเมื่อเขายิงได้ 16 ประตูจาก 35 นัด และยังเป็นดาวซัลโวในการแข่งขันแอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ ในปี 2019 อีกด้วย โดยยิงไป 5 ลูกและช่วยให้ไนจีเรียจบอันดับที่ 3

ผลงานนอกสนามล่ะ?

ด้วยการรับค่าเหนื่อยสูงถึง 300,000 ต่อสัปดาห์ในประเทศจีน อิกาโล่ ได้นำเงินเหล่านั้นไปทำสิ่งที่ดีมาก ๆ โดยในปี 2017 อิกาโล่ ได้สร้างบ้านให้เด็กกำพร้า ที่อิเยกุน, ลากอส ประเทศไนจีเรีย

เขาแฟนบอลตัวยงของปีศาจแดง

อิกาโล่ ให้สัมภาษณ์เมื่อปี 2016 ว่าเขาฝันอยากมาเล่นให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยกล่าวไว้ว่า “มันมีข่าวลือจากสเปนและอิตาลี แต่ผมเคยเล่นที่นั่นมาแล้ว และตอนนี้ผมอยากเล่นในอังกฤษ”

“ผมไม่คิดว่าจะย้ายไปไหนได้ แต่ผมไม่แน่ใจหรอกว่าผมจะตอบปฏิเสธได้ลงคอถ้า ยูไนเต็ด ทาบทาม พวกเขาเป็นทีมที่ผมเชียร์ตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว ผมชอบดู แอนดี้ โคล และ ดไวท์ ยอร์ค ทางทีวี พวกเขาเป็นไอดอลของผมและการเล่นที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด คือความฝันเสมอ”

เขาปัดข้อเสนอจากบาร์เซโลน่า

ก่อนเข้าร่วมทีม เซี่ยงไฮ้ เสิ่นหัว เขาอ้างว่า บาร์เซโลน่า พยายามเซ็นสัญญาแบบยืมตัว 6 เดือนร่วมถิ่นคัมป์ นู อย่างไรก็ตามเขายอมรับ่าต้องปฏิเสธไปเพราะไม่อยากเป็นเพียงตัวสำรองเท่านั้น และเลือกอยู่ค้าแข้งในจีนต่อไปหลังจากคว้ารองดาวซัลโวในลีกเมื่อปี 2018 

ประวัติ “The Answer” อัลเลน ไอเวอร์สัน (Allen Iverson)

ประวัติ “The Answer” อัลเลน ไอเวอร์สัน (Allen Iverson)

จุดเริ่มต้นเส้นทางสายนักกีฬาอาชีพของ อัลเลน ไอเวอร์สัน (Allen Iverson)

เริ่มต้นที่ โรงเรียน เบเธล ไฮสคูล (Bethel High School) ในเมืองแฮมป์ตัน ที่นี่เป็นที่ที่เขาได้ฉายแววความเป็นอัจฉริยะออกมาให้โลกได้เห็น ความโดดเด่น พรสวรรค์ ทำให้เขาเป็นที่ยอมรับอย่างมาก หลายคนอาจจะคิดว่าสรุปแล้วเขาเลือกเล่นกีฬาอะไรกันแน่ ระหว่าง อเมริกันฟุตบอล กับ บาสเกตบอล จิรงๆ แล้ว

เขาไม่ได้เลือกเลย แต่เขาเล่นมันทั้ง 2 อย่าง

สำหรับหลายๆ คน การที่จะเล่นกีฬา 2 ชนิดให้ได้ดี มันจะคงจะเป็นไปได้ยาก แต่ด้วยพรสวรรค์ที่เปี่ยมล้นของ อัลเลน ไอเวอร์สัน (Allen Iverson) มันจึงไม่ยากเลยที่จะเป็นไปได้ ในการเป็นนักกีฬาอเมริกันฟุตบอล เขาเล่นในตำแหน่งควอเตอร์แบ็ค ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เด็กอเมริกันหลายๆ

คนใฝ่ฝันที่จะได้ยืนในจุดนั้น ซึ่งแน่นอนว่า อัลเลน ไอเวอร์สัน (Allen Iverson) ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น จนได้รับเลือกให้เป็นนักกีฬาระดับชั้นมัธยมยอดเยี่ยมประจำปี ส่วนในสายการเป็นนักกีฬาบาสเกตบอล อัลเลน ไอเวอร์สัน (Allen Iverson) ได้ลงเล่นในตำแหน่งการ์ด และด้วยอัจฉริยะภาพของเขาทำให้เขาคว้ารางวัลนักกีฬาบาสเกตบอลยอดเยี่ยมประจำปี 2 สมัยซ้อน

พร้อมกับพาทีมคว้าแชมป์ระดับประเทศอีกด้วย อัลเลน ไอเวอร์สัน (Allen Iverson) ถูกคนทั้งประเทศจับตามองและคาดหวัง เพราะทุกคนเชื่อว่า นี่แหละคือดาวรุ่งดวงใหม่ของวงการกีฬาอเมริกา แต่แล้วฝันร้ายก็ได้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สดใสในชีวิตของ อัลเลน ไอเวอร์สัน (Allen Iverson) ในปี 1993 อัลเลน ไอเวอร์สัน (Allen Iverson) ในวัย 17 ปี จากคนที่เป็นที่ต้องการของ มหาวิทยาลัย

ทั่วประเทศ เขากลับกลายเป็นคนที่ต้องถูกตัดสินจำคุก 15 ปี ด้วยข้อหาทำร้ายร่างกาย แม้จะพยายามยื่นอุทธรณ์ หรือนำหลักฐาน พยานหลายปากมายืนยันว่า อัลเลน ไอเวอร์สัน (Allen Iverson) ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวเลย แต่ฝ่ายโจทย์กลับยืนยันว่าเขาจำใบหน้าของ อัลเลน ไอเวอร์สัน (Allen Iverson) ได้อย่างชัดเจน

ซึ่งตรงจุดนี้ไม่รู้เป็นเพราะ อัลเลน ไอเวอร์สัน (Allen Iverson) เป็นคนโด่งดังหรือเปล่า จึงทำให้ฝ่ายโจทย์นั้นจำหน้าของเขาได้เพียงคนเดียว และนั่นทำให้เส้นทางนักกีฬาอาชีพของเขาต้องดับลงภายในชั่วพริบตา

ฉายาสุดฮาของเหล่านักเตะ

ฉายาสุดฮาของเหล่านักเตะ

จ๊ะเอ๋ 1 ใน 13 ฉายาสุดฮาของเหล่านักเตะ

เราก็รู้กันดีว่าเหล่านักบอลที่มีเอกลักษณ์ในแต่ละแบบของตัวเอง จะถูกเราแฟนบอลตั้งฉายาให้ ทั้งฉายาที่ตลกๆ หรือฉายาที่ยงย่องต่างๆนาๆ แล้วก็ทำให้ทุกคนทั่วโลกจดจำพวกเขาเป็นเหมือนกับ ฉายาเหล่านั้น วันนี้เราจะมาเริ่มหาฉายาที่ถูกตั้งมาแบบการทำตัวตลกๆจนได้ฉายาแปลกๆจนอดขำไม่ได้ แล้วยิ่งเวลาแฟนบอลดูพวกเขาเหล่านั้นเตะบอลอยู่ก็จะรอลุ้นว่านักเตะเหล่านี้จะทำอะไรเหมือนกับฉายาของเขาไหม พอทำก็จะได้ยินเสียงฮือฮาจากทั้งสนามคนดูเลย

อย่างคนแรกที่เราจะพูดถึงนี้คือนักเตะกองกลางของมหาเทพทีมในตำนานอย่าง บาร์ซ่า เจ้าตำนานนักเตะจากเหล่านอกโลก มนุษย์ต่างดาวสุดแกร่ง แล้วเขาคือ เซร์คิโอ บุสเกตส์ ที่ทำหน้าที่กองกลางให้กับเหล่าต่างดาวนี้ การเล่นของเขานั้นไม่ได้โดดเด่นอะไรมากมายนัก แต่เขานั้นมีอาการสุดแปลกตอนที่เขาแกล้งโดนทำฟาวล์นั้นเอง

ด้วยครั้งแรกๆที่ทำเขาคงไม่ได้เอะใจอะไรว่าจะเป็นการสร้างความตลกแก่ผู้ชมหรืออะไร แต่เขาเพียงแค่นอนลงไปเหมือนกับว่าเจ็บมากจนต้องลงไปกลิ้งๆแล้วก็เอามือปิดหน้าแบบที่ทุกๆคนนั้นชอบทำนั้นแหละ แต่ว่า เซร์คิโอ บุสเกตส์ คนนี้นั้นแอบเปิดหน้าขึ้นมานิดนึงเหมือนการเล่นจ๊ะเอ๋กับหลานอย่างไงอย่างงั้นเลย

เขาทำเพื่อนที่จะดูว่าที่เขาแอบแกล้งโดนทำฟาวล์นั้นเป็นผลหรือไม่ ซึ่งมันดูตลกมากที่เขาแอบเปิดตาขึ้นมามองกรรมการอย่างโจ่งแจ้งแบบนี้นะ แล้วนั้นก็เป็นฉายาแล้วก็วีรกรรมอันแสนแปลกประหลาดจริงๆ ซึ่งจังหวะนี้นี่เองที่สร้างเป็น ฉายาอันแสนตลกนี้ เทพเจ้าจ๊ะเอ๋ คนนี้เขาก็ทำอยู่บ่อยๆเหมือนกับว่าไม่รู้จักฉายาตัวเอง แล้วก็ทำให้เป็นเรื่องตลกแก่แฟนๆหรือไม่ก็เซ่อซะจนทำให้โดนจับได้

นี่ก็เป็นความบ๋องๆของนักเตะที่ทำให้กลายเป็นจุดขายของเขาซะงั้น กองกลางคนนี้ก็เป็นกองกลางตัวจ๊ะเอ๋ซะอย่างนั้นไป

ข่าวกีฬาที่น่าสนใจ

ข่าวกีฬาที่น่าสนใจ

ประวัติ โคบี ไบรอันท์ (Kobe Bryant) อัจฉริยะรอบด้าน

ในฤดูกาลที่ 2 ของการเป็นนักกีฬาบาสเกตบอลอาชีพของ โคบี ไบรอันท์ (Kobe Bryant) หลังจากที่พอมีประสบการณ์และผลงานมาบ้างแล้วในสนาม แน่นอนว่าฤดูกาลนี้เขาได้รับความไว้วางใจจากโค้ชให้ลงสนามมากขึ้น และแน่นอนว่า โคบี ไบรอันท์ (Kobe Bryant) ก็ไม่ปล่ยโอกาสนั้นให้หลุดมือ นักบาสเกตบอลอัจฉริยะอย่างเขาสามารถทำผลงานได้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เขาทำคะแนนเฉลี่ยจาก 7.6 คะแนนต่อเกมส์ในปีแรก กลายเป็น 15.4 คะแนนต่อเกมส์ในฤดูกาลปัจจุบัน และแน่นอนว่านั่นทำให้เขาได้รับโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงมากขึ้นด้วย พัฒนาการที่ก้าวกระโดด และพรสวรรค์ที่เขาแสดงออกมา ทำให้เขาได้รับการโหวตจากแฟนๆ ให้ติดทีมรวมดารา และกลายเป็นผู้ครองสถิติเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ NBA ที่ได้เป็นตัวจริงในเกมส์รวมดารา NBA All-Star ในปีนั้น ถึงแม้ แอลเอ เลเกอร์ส (LA Lakers) จะได้แค่รองแชมป์ในฤดูกาลนั้น

แต่ทีมก็ได้สร้างสถิติใหม่ใน NBA ด้วยการมีผู้เล่นจากทีมเดียวกันติดทีมรวมดาราถึง 4 คน

ซึ่งถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1983 เพราะนอกจากโคบี ไบรอันท์ (Kobe Bryant) ก็ยังมี ชาคีล โอนีล (Shaquille O’Neal), เอ็ดดี้ โจนส์ (Eddie Jones) และ นิค ฟาน เอ็กเซล (Nick Van Exel) ก็ได้ร่วมทีมรวมดาราเช่นเดียวกัน แถมในฤดูกาลนี้ โคบี ไบรอันท์ (Kobe Bryant) ยังสร้างสถิติ เป็นผู้เล่นตัวสำรองที่ทำคะแนนสูงสุดของทีมในฤดูกาลปกติ ด้วยคะแนนเฉลี่ย 15.4 คะแนนต่อเกมส์อีกด้วย

ในฤดูกาล 1998 – 1999 เกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญภายในทีม แอลเอ เลเกอร์ส (LA Lakers) โดย 2 ผู้เล่นตัวหลักอย่าง เอ็ดดี้ โจนส์ (Eddie Jones) และ นิค ฟาน เอ็กเซล (Nick Van Exel) ถูกเทรดตัวออกไป ซึ่งมันเป็นเหมือนการเคลียร์พื้นที่ให้กับ โคบี ไบรอันท์ (Kobe Bryant) ได้ขึ้นมาฉายแสงแบบเต็มตัว ด้วยความสามารถของ โคบี ไบรอันท์ (Kobe Bryant)

ในตอนนี้ ทำให้เขาได้ลงเล่นเป็นตัวจริงตลอด 50 เกมส์ในปีนั้น

แถม โคบี ไบรอันท์ (Kobe Bryant) ได้ต่อสัญญาฉบับกับทีมออกไปอีก 6 ปี ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และทำให้เขาจะได้อยู่กับทีม แอลเอ เลเกอร์ส (LA Lakers) ไปจนถึงฤดูกาล 2003 – 2004 จากจุดนี้เองทำให้หลายๆ คนเริ่มนำเขาไปเปรียบเทียบกับสุดยอดนักนาสเกตบอลของโลกอย่าง ไมเคิล จอร์แดน (Michael Jordan)

แต่อย่างไรก็ตาม แอลเอ เลเกอร์ส (LA Lakers) ในปีนั้นต้องพ่ายแพ้แบบ 4 เกมส์รวดให้กับ ซานอันโตนิโอ สเปอร์ส (San Antonio Spurs) ในรอบชิงชนะเลิศสายตะวันตก (Western Conference semi-finals) 

Sergio Ramos อันดับ 3 ความคุ้มค่าของ Real Madrid

Sergio Ramos อันดับ 3 ความคุ้มค่าของ Real Madrid

Sergio Ramos อันดับ 3 ความคุ้มค่าของ Real Madrid

พระเจ้าช่วย ไม่อยากจะยอมรับเลยว่า จะเป็นชายผู้นี้ที่ถือว่าเป็นอันดับ 3 ของทีมที่ซื้อตัวมาได้อย่างคุ้มค่าที่สุดคนนึง เขาถือเป็นสุดยอดปราการแห่งปราสาทราชันสีขาว ที่ป้องกันมาอย่างยาวนานเลยทีเดียว เขามาจาก เซบีย่า มาร่วมกับราชันในปี 2005 ค่าตัวเขาก็ถือว่าสูงมากๆในยุคนั้น แล้วแถมเป็นกองหลังอีกซะด้วย ตอนที่ซื้อตัวเขามาด้วยเงินขนานนั้น เขาอายุน้อยมาก แค่ 19 ปีเองนะ

ช่างเป็นการลงทุนที่เสี่ยงใช้ได้เลย แต่แล้วก็ไม่ใช่การตัดสินใจที่ผิดพลาด โชคดีไป

ต้องยอมรับว่าเขามีทั้งแฟนๆที่รักเขา และ เกลียดเขาด้วยเช่นกัน เพราะการทำตัวอันน่าหมั่นไส้ และการเล่นโดยอาศัยเทคนิคที่โจงแจ้งโดยดูเป็นตัวร้ายของสนามในจริงๆ แต่ก็ต้องยอมรับในฝีมือเขานะ เขาอยู่กับทีม มาดริด 10 กว่าปี เขาก็ขึ้นตำแหน่งอาวุโสอย่างแน่นอน เป็นกับตันทีมอยู่โดยตลอดเลย เขาถูกเป็นตัวจริงในสนามตลอดทุกนัด เป็นเสาหลักของทีมตัวจริงเสียงจริง ถ้าเขาไม่เจ็บไม่โดนแบนจากนิสัยเสียของเขาก่อนอะนะ

เขาอยู่ในทีมนี้ยาวนาน และได้พาทีมความแชมป์อย่างมากมายจริงๆ เก็บ 3 สมัยให้กับ ลาลีกา โคปาดะเลย์อีก 2 สมัย ยูฟ่า 1 สมัย แชมป์สโมสรโลกอีก 1 สมัย แชมป์เปี้ยนลีกอีก 2 สมัย เขาลงทุกนัดในทุกแชมป์จริงๆ มาถึงตรงนี้ก็ถือได้ว่า เป็นหลักฐานที่ดีถึงค่าตัวอันมากมายของเขานั้นว่า คุ้มค่าจริงๆนะ

ตอนนั้นใครๆก็มองว่าค่าตัวช่างมากเกินตัวเด็กคนนี้แน่ๆ

ถูกพิสูจแล้วว่า ไม่ผิดหวังเลยจริงๆที่ได้เขามา เขาตอบแทนได้ทุกบาททุกสตางค์รวมถึงให้ดอกเบี้ยอีกด้วย มาถึงตอนนี้ใครจะไม่ชอบการทำตัวของเขา เขาก็ไม่สน เขาถือเป็นคนที่น่ายกย่อง เขาไม่สนขี้ปากใครหรอก เขาเพียงทำทุกทางให้ทีม ราชันชุดขาว ชนะในทุกๆนัดให้ได้ เพียงแค่นั้น ในความสำเร็จ ก็ต้องเป็นด้านมืดกันบ้าง

ที่นี่บาร์ซ่า !! สุดยอดทีมจอมปั้นสตาร์ลูกหนังแห่งโลก

ที่นี่บาร์ซ่า !! สุดยอดทีมจอมปั้นสตาร์ลูกหนังแห่งโลก

หากพูดถึงเจ้าบุญทุ่มสโมสรยักษ์ใหญ่แห่งหลีกลาลีก้าสเปน

ต้องบอกเลยว่า ที่เบนาเบลแห่งนี้ปลุกปั้นสร้างนักเตะจนประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงโด่งดังมาแล้วมากมายหลายคน เรียกได้ว่ามีให้เห็นกันทุกยุคทุกสมัยกันเลยทีเดียว บางคนขนาดเลิกเตะไปแล้วเป็นหลายสิบปี ก็ยังถูกยกให้เป็นตำนานของเจ้าบุญทุ่มมาจวบจนปัจจุบัน

ย้อนกลับไปในช่วงที่บาร์เซโลน่ากำลังบูม ๆ ในตอนนั้นมีนักฟุตบอลมากหน้าหลายตาจากทั่วโลกต้องการจะมาแจ้งเกิดที่บาร์ซ่ากันอย่างล้มหลาม ยกตัวอย่างเช่น นักเตะในตำนานอย่าง เสือเตี้ย มาราโดน่า แม้ผลงานอาจไม่โดดเด่นเท่าไหร่นัก  แต่ทางบาร์ซ่านั้นยอมควักเอาทุนมูลค่ามหาศาลเพื่อแย่งชิงให้มาร่วมทัพ ซึ่งย้ายมาได้ไม่นานครอบครองหัวใจแฟนบอลได้อย่างอัศจรรย์ใจ

หรือจะเป็นโรนัลดิญโญ่ นักเตะพรสวรรค์สัญชาติบราซิล  แซมบ้าผู้นี้มีสไตล์การเล่นที่พลิ้วไหว สวยงามอย่างสุด ๆ   หากจะให้เล่าถึงอชีวประวัติของเขา เอาจริง ๆวันนึงก็ไม่หมด แต่ที่แน่นอนเลยนั้น ก่อนหน้าจะมาอยู่พี่แกไม่ท็อปฟอร์ม และไม่ดังแบบเปรี้ยงปร้างได้เท่าอยู่กับบาร์ซ่าแบบเห็นได้ชัด

และสุดท้ายเลยครับ อีกหนึ่งคนจะไม่พูดถึงไม่ได้  สำหรับ ลีโอเนล เมสซี่ ยอดนักเตะมหัศจรรย์ที่ใครต่างยกย่องให้เขาว่าเป็นนักเตะต่างดาว  เมสซี่เป็นนักเตะที่ตัวเล็กแต่มีความครบเครื่องอย่างสุด ๆ และก็ฟอร์มโหดมาตั้งแต่เด็ก ๆ ด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะการครองบอล การส่งบอล การจบสกอร์ ตลอดจน ยิงฟรีคลิก แทบจะไม่เคยทำให้แฟนบอลและโค้ชผิดหวัง  

       ทั้งนี้ต้องขอบคุณเจ้าบุญทุ่มที่ปลุกปั้นกันมาตั้งแต่วัยเยาว์ จนทำให้วันนี้เมสซี่ขึ้นแท่นเป็นเบอร์ 1 ของโลกในการได้รับบาลงดอร์มากที่สุด  และก็น่าจะยังไม่หยุดเพียงที่นักเตะรายนี้ อนาคตวันต่อ ๆ ไปก็ยังเชื่อว่าบาร์ซ่าจะยังคงสร้างนักเตะคุณภาพในกับวงการ FIFA ปลุกปั้นนักเตะให้คนได้จดจำ และให้ได้เอ่ยถึงไปอีกนานแสนนานอย่างแน่นอน  

 

เป็นขวัญใจของแฟนบอลทั่วทั้งโลก 

ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆว่า ทางสโมสร และกุนซือเองก็มีส่วนสำคัญในการผลักดันนักเตะด้วยเช่นกัน อย่างในยุคของกุนซือทั้งเรื่องของระบบบิ๊กเนมทุกตำแหน่งปัจจุบันนี้เองบาร์ซ่าก็ยังคงแข้งนักแตะบางคนเลิกแตะไปแล้วปัจจุบันยังเป็นที่รักของแฟนบอลตลอดกาลแจ้งเกิดเราจะมาย้อนตำนาน 3 ทหารเสือของบราเซโลน่า นับตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน ถ้าพูดถึงแนวลุกของบราเซโลน่าจะมี 3 บุคคล คนแรกคงจะหนีไม่พ้น (Eduardo Mahchon)คนที่สองจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก(Cesarrodriguez) ตำนานทหารเสือคนสุดท้าย(Estanislaobasora) 3ทหารเสือเหล่านี้เป็นทีมสโมสรที่สร้างนักแตะคุณภาพมาแล้วมากมายรวมถึงนักแตะที่ออกไปแล้ว   

2 ผีแดง ระดับตำนานที่ใครๆ เจอผีแดงแล้วถึงกับต้องขนลุก

แมนยูไนเด็ตเป็นอีกหนึ่งสโมสร ที่ตำนานนักเตะดาวดังอย่างตลอด ที่ดีที่สุด ถ้าจะพูดถึงนักเตะในตำนานแมนยูเคยปั้นมาก็มีไม่น้อยที่สามารถสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมที่เห็นได้ชัดเลยก็คงจะหนีไม่พ้นก็คือโรนัลโด้  ในตอนนั้นเฟอิร์กี้ได้ไปคว้าตัวมาตั้งแต่โด้ยังเป็นดาวรุ่ง ปลุกปั้นไม่นานนักตั้งแต่ .. ปี 2002 พร้อมกับหยิบยื่นโอกาสให้ลงตัวจริง จน….

 อีกหนึ่งตำนานที่หลายคนยังไม่ลืม เดวิด แบ้ก ที่ก็ได้รับโอกาสดี ๆจากเฟอร์กี้เช่นกัน สมกับฉายาสับขาหลอกและก็ยังมีอีกหลายท่านที่ยังไม่พูดถึงประสบความสำเร็จโดยนับไม่ถ้วนเชื่อว่ากำลังจะเป็นอีกตำนานของวงลูกหนังโลก

10 อันดับผู้เข้าชิงนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี 2019

10 อันดับผู้เข้าชิงนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี 2019

บัลลงดอร์ คือ รางวัลสูงสุดของอาชีพนักเตะ  เป็นรางวัลที่นิตยสาร “ฟรองซ์ ฟุตบอล” ทำการโหวตให้คะแนนแก่ผู้เล่นที่ทำผลวานดีที่สุดในปีนั้นๆ

รางวัลที่รองลงมาคือ “The best fifa men player.” ที่ฟีฟ่าจัดการโหวตให้ลงคะแนนเองจากนักเตะ โดยทำการจักต่อเนื่องมา 4 ปีแล้วด้วย  โดยปีนี้ รางวัลตกเป็นของ เวอร์จิล ฟาน ไดค์ ของลิเวอร์พลู ที่ทำผลงานช่วยให้ทีมได้แชมป์ ยูฟ่าแชมป์เปียนลีคมาครองได้เป็นสมัยที่ 6  เรามาดูกันว่า 10ผู้เข้าชิงมีใครกันบ้าง

  1. คริสเตีนยโน่ โรนัลโด้ ของทีมชาติ โปรตุเกสและสโมสร ยูเวนตุส  โรนัลโด้ย้ายมาและสามารถช่วยให้ ยูเวนตุส ได้แชมป์ ซีเรียอา ได้สำเร็จ และพลาดท่าตกรอบ แชมป์เปียนลีคฤดูกาลนี้
  2. แฟรงกี้ เดอ ยอง ทีมชาติ ฮอลแลนด์ สโมสร อาแจ็กซ์   เขาคือดาวรุ่งยอดเยี่ยมของทีม และช่วยทีมให้ได้แชมป์ลีคก่อนย้ายมาอยู่กับทีม บาร์เซโลน่า
  3. มาธีอัส เดอ ลิกท์ ทีมชาตอ ฮอลแลนด์ สโมสร อาแจ็กซ์ เขาคือกองหลังดารุ่งพุ่งแรงของทีม เช่นเดียวกันกับ เดอ ยอง  ตอนนี้ย้ายมาอยู่กับทีม ยูเวนตุส
  4. เอเดน อาซาร์ ทีมชาติ เบลเยี่ยม สโมสร เชลซี เขาเป็นกำลังหลักที่ช่วยให้เชลซีได้แชมป์ ยูโรป้า ก่อนย้าย มาร่วมทีม รีล มาดริด
  5. แฮร์รี่ เคน ทีมชาติอังกฤษ สโมสร สเปอร์ส  เขาคือกองหน้าตัวสำคัญ ที่ช่วยให้สเปอร์สได้รองแชมป์ยูฟ่าแชมป์เปียนลีค และ ช่วยให้ทีมจบด้วยอันดับ 4 ในพรีเมียร์ลีค
  6. ซาดิโอ มาเน่ ทีมชาติ เซเนกัล สโมสร ลิเวอร์พลู เขาคือกองหน้าสามประสานของทีมลิเวอร์พลู ที่ช่วยให้ทีมได้แชมป์ยูฟ่าแชมป์เปียนลีค และพาทีมจบอันดับ 2 ในพรีเมียร์ลีค
  7. คีลิยัน เอ็มปัปเป้ ทีมชาติ ฝรั่งเศส สโมสร เปแอสเช กองหน้าดาวรุ่งผู้ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมที่ช่วยให้ เปแอสเช ได้แชมป์ลีค
  8. ลิโอเนล เมสซี่ ทีมชาติ อาร์เจนติน่า สโมสร บาร์เซโลน่า กำลังหลักของทีมที่เป็นทุกอย่างให้กับบาร์ซ่า ช่วยให้ทีมได้แชมป์ ลาลีกา
  9. โมฮัมเหม็ด ซาล่าห์ ทีมชาติ อียิปต์ สโมสร ลิเวอร์พลู  กองหน้าตัวหลักที่ทีมขาดไม่ได้ และสามารถช่วยให้ได้แชมป์ ยูฟ่าแชมป์เปียนลีค
  10. เวอร์จิล ฟาน ไดต์ ทีมชาติ ฮอลแลนด์ สโมสร ลิเวอร์พลู สุดยอดกองหลังที่ย้ายเข้ามาแล้วสามารถช่วยให้ทีมแข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเขาคู่ควรกับรางวัลนี้อย่างไม่ต้องสงสัย