Browsed by
หมวดหมู่: กีฬา

จิตวิทยาการกีฬา

จิตวิทยาการกีฬา

เมื่อช่วงการแข่งขันโอลิมปิกที่ประเทศบราซิลในปี2016เราก็จะได้เห็นทีมนักกีฬาไทยเดินทางไปร่วมการแข่งขันหลายคนเลยทีเดียวและคนที่สำคัญนอกจากตัวนักกีฬาแล้วนั้นก็คือนักจิตวิทยาการกีฬานั่นเอง จะมีการไปคลุกคลีหรืออยู่เคียงข้างกับนักกีฬาเสมอเพราะนักจิตวิทยาการกีฬานั้นจะทำหน้าที่เปรียบเสทอนทีมโค้ชที่จะดูแลนักกีฬามนเรื่องของจิตใจและการที่นักกีฬาจะสามารถแสดงความสามารถสูงสุดได้นั้นจะมีปัจจัยอยู่3อย่างหลักๆด้วยกัน ก็คือทักษะร่างายและจิตใจนั่นเอง และการที่จะให้โค้ชที่ดูแลนักกีฬานั้นดูแหมดทั้งสามเรื่องนั้นก็อาจจะเป็นไปได้ยากดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีนักจิตวิทยาการกีฬาเข้ามาช่วยและแบ่งหน้าที่ในการดูแลนักกีฬาเป็นส่วนๆไป

โดยในสมัยก่อนนั้นหน้าที่ทุกอย่างอาจจะต้องเป็นโค้ชนักกีฬาที่ดูแลทั้งหมด แต่ในปัจจุบันนี้ต้องมีการยอมรับว่าโค้ชจะต้องมีคนมาช่วยหรือคนที่มาช่วยนั้นจะต้องมีความเป็นมืออาชีพนั่นเอง และในเรื่องจิตใจของนักกีฬานั้นจึงต้องมีการดูแลที่ถูกต้องโดยที่นักกีฬาอาจจะต้องมีการฝึกความพร้อมทางด้านจิตใจในด้านนี้ ก็จะต้องมีการดูและให้ปรึกษาเพื่อเป็นการเตรียมพร้อมของนักกีฬาจากนักจิตวิทยาการกีฬานั่นเอง เปรียบเสทอนการเวทเทรนนิ่ง แต่เป็นการเวทในเรื่องของจิตใจ

แม้จะดูว่าการแข่งขันกีฬานั้นเรื่องจิตใจเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ความจริงแล้วนั้นการที่นักกีฬาจะสามารถแสดงความสามารถสูงสุดของตนเองออกมาได้นั้นก็ขึ้นอยู่กับสภาพจิตใจของนักกีฬานั่นเอง โดยตามตำราของจิตวิทยาการกีฬานั้นบอกว่าสภาพจิตใจมีผลถึง80%ในการแข่งขันหนึ่งครั้งเลยทีเดียว นั่นก็หมายความว่าถ้าจิตใจนักกีฬาไม่พร้อมถึงแม้จะมีการเตรียมตัวอย่างอื่นที่ดีก็ไม่สามารถแสดงความสามารถสูงสุดออกมาใช้ได้นั่นเอง นอกจากร่างกายที่แข็งแรงแล้วจิตใจจึงต้องแข็งแรงด้วยเช่นกัน เพราะจิตใจเรานั้นเปรียบเสมือนเจ้านายร่างกายนั่นเอง และปัยาที่เจอส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องความกดดันในการแข่งขันเป็นต้น

และสิ่งที่หน้าสนใจในจิทวิทยาการกีฬานั้นก็คือ แทบจะทุกคนที่มีการเรียนพละมาตั้งแต่ยังเด็ก เราจะมีการฝึกความแข็งแรงแค่ทางด้านร่างกายเท่านั้นไม่ได้มีการฝึกความแข็งแรงทางด้านจิตใจ จิตวิทยาการกีฬาจึงเป็นสิ่งที่แปลกใหม่และน้อยคนมากที่จะรู้จัก และนอกจากการฝึกตัวนักกีฬาให้แข็งแรงแล้วก็ยังได้ฝึกนักกีฬาด้านจิตใจด้วย

แต่ต้องบอกว่าถึงแม้จะเป็นนักจิตวิทยาการกีฬาแต่แตกต่างจากแพทย์จิตวิยาคนละเรื่องเลยทีเดียว โดยนักจิตวิทยาการกีฬานั้นจะมีความคล้ายกับเทรนเนอร์ในฟิตเนสนั่นเอง หรือการทำให้นักกีฬาที่มีความปกติดีเป็นนักกีฬาชั้นยอดหรือมีความแข็งแกร่งทางด้านร่างกายและจิตใจนั่นเอง คือการทำให้นักกีฬามีความสามารถสูงสุดที่ตัวเองสามารถจะทำได้นั้น

 

 

ได้รับการสนับสนุนมาจาก  ทางเข้า UFABET ภาษาไทย

ข่าวกีฬาที่น่าสนใจ

ข่าวกีฬาที่น่าสนใจ

ประวัติ โคบี ไบรอันท์ (Kobe Bryant) อัจฉริยะรอบด้าน

ในฤดูกาลที่ 2 ของการเป็นนักกีฬาบาสเกตบอลอาชีพของ โคบี ไบรอันท์ (Kobe Bryant) หลังจากที่พอมีประสบการณ์และผลงานมาบ้างแล้วในสนาม แน่นอนว่าฤดูกาลนี้เขาได้รับความไว้วางใจจากโค้ชให้ลงสนามมากขึ้น และแน่นอนว่า โคบี ไบรอันท์ (Kobe Bryant) ก็ไม่ปล่ยโอกาสนั้นให้หลุดมือ นักบาสเกตบอลอัจฉริยะอย่างเขาสามารถทำผลงานได้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เขาทำคะแนนเฉลี่ยจาก 7.6 คะแนนต่อเกมส์ในปีแรก กลายเป็น 15.4 คะแนนต่อเกมส์ในฤดูกาลปัจจุบัน และแน่นอนว่านั่นทำให้เขาได้รับโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงมากขึ้นด้วย พัฒนาการที่ก้าวกระโดด และพรสวรรค์ที่เขาแสดงออกมา ทำให้เขาได้รับการโหวตจากแฟนๆ ให้ติดทีมรวมดารา และกลายเป็นผู้ครองสถิติเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ NBA ที่ได้เป็นตัวจริงในเกมส์รวมดารา NBA All-Star ในปีนั้น ถึงแม้ แอลเอ เลเกอร์ส (LA Lakers) จะได้แค่รองแชมป์ในฤดูกาลนั้น

แต่ทีมก็ได้สร้างสถิติใหม่ใน NBA ด้วยการมีผู้เล่นจากทีมเดียวกันติดทีมรวมดาราถึง 4 คน

ซึ่งถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1983 เพราะนอกจากโคบี ไบรอันท์ (Kobe Bryant) ก็ยังมี ชาคีล โอนีล (Shaquille O’Neal), เอ็ดดี้ โจนส์ (Eddie Jones) และ นิค ฟาน เอ็กเซล (Nick Van Exel) ก็ได้ร่วมทีมรวมดาราเช่นเดียวกัน แถมในฤดูกาลนี้ โคบี ไบรอันท์ (Kobe Bryant) ยังสร้างสถิติ เป็นผู้เล่นตัวสำรองที่ทำคะแนนสูงสุดของทีมในฤดูกาลปกติ ด้วยคะแนนเฉลี่ย 15.4 คะแนนต่อเกมส์อีกด้วย

ในฤดูกาล 1998 – 1999 เกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญภายในทีม แอลเอ เลเกอร์ส (LA Lakers) โดย 2 ผู้เล่นตัวหลักอย่าง เอ็ดดี้ โจนส์ (Eddie Jones) และ นิค ฟาน เอ็กเซล (Nick Van Exel) ถูกเทรดตัวออกไป ซึ่งมันเป็นเหมือนการเคลียร์พื้นที่ให้กับ โคบี ไบรอันท์ (Kobe Bryant) ได้ขึ้นมาฉายแสงแบบเต็มตัว ด้วยความสามารถของ โคบี ไบรอันท์ (Kobe Bryant)

ในตอนนี้ ทำให้เขาได้ลงเล่นเป็นตัวจริงตลอด 50 เกมส์ในปีนั้น

แถม โคบี ไบรอันท์ (Kobe Bryant) ได้ต่อสัญญาฉบับกับทีมออกไปอีก 6 ปี ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และทำให้เขาจะได้อยู่กับทีม แอลเอ เลเกอร์ส (LA Lakers) ไปจนถึงฤดูกาล 2003 – 2004 จากจุดนี้เองทำให้หลายๆ คนเริ่มนำเขาไปเปรียบเทียบกับสุดยอดนักนาสเกตบอลของโลกอย่าง ไมเคิล จอร์แดน (Michael Jordan)

แต่อย่างไรก็ตาม แอลเอ เลเกอร์ส (LA Lakers) ในปีนั้นต้องพ่ายแพ้แบบ 4 เกมส์รวดให้กับ ซานอันโตนิโอ สเปอร์ส (San Antonio Spurs) ในรอบชิงชนะเลิศสายตะวันตก (Western Conference semi-finals) 

วิธีการเล่นปิงปอง

วิธีการเล่นปิงปอง

การเล่นปิงปอง

ก่อนเลิกงานห้านาทีโทรศัพท์มือถือก้อดังขึ้น หยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับปลายสายเป็นคุณแม่ของเราเองท่านโทรมาบอกว่าให้รีบกลับบ้านมารับหลานแล้วพากันไปซื้อไม้ปิงปองกับลูกปิงปองให้หน่อย ไอหลานชายตัวดีเห็นพี่ๆที่โรงเรียนเค้าตีปิงปองกันเลยอยากจะมาหัดเล่นแบบเค้าบ้าง เราก้อไม่กล้าขัดอีกอย่างมันก้อดีแล้วที่เด็กอยากจะหันมาเล่นปิงปองอย่างน้อยมันก้อมีประโยชน์กว่าปล่อยให้เด็กๆเล่นเกมส์หรือนอนเล่นมือถือ

กีฬาปิงปอง มีชื่อเรียกภาษาอังกฤษว่า เทเบิลเทนนิส  เป็นกีฬาที่คนส่วนใหญ่มักจะนิยมเล่นกันน้อย เนื่องกีฬาปิงปองต้องใช้ความสามารถเฉพาะตัวรวมถึงทักษะฝีมือของผู้เล่นเองล้วนๆ ผู้เล่นจะเป็นคนควบคุมเกมส์ทั้งหมดด้วยตัวเอง เพราะเป็นกีฬาที่เราเล่นคนเดียวตีโต้ตอบกับฝั่งตรงข้าม ไม่ได้มีทีมหรือคนอื่นมาร่วมเล่น  อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมมาใช้ในการเล่นปิงปอง มีแค่ 4 อย่างคือ โต๊ะปิงปอง ไม้ปิงปอง เน็ตตาข่ายและลูกปิงปอง ตามมาตราฐานแล้ว

โต๊ะปิงปองต้องเป็นโต๊ะรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดยาว 2.74 เมตร กว้าง 1.52 เมตร สูงจากพื้น 76 ซม. ตรงกลางโต๊ะถูกขึงด้วยเน็ตตาข่าย ตัวเน็ตสูงประมาณ 6 นิ้ว ไม้ปิงปองที่ดีต้องจับถนัดมือ ทั้งสองด้านของหน้าไม้ต้องกุด้วยยางอย่างดีติดกาวแน่นหนา ลูกปิงปองต้องเป็นลูกกลมๆผลิตจากพลาสติกเซลลูลอยด์ ที่ขายในท้องตลาดจะมีสีส้มกับสีขาว 

ความยากของการเล่นปิงปองก็คือเราต้องตีลูกปิงปองให้มันตกลงโต๊ะของฝั่งตรงข้าม และต้องเดาทิศทางการตกของลูกปิงปองกรณีที่ฝั่งตรงข้ามโต้กลับมาเพื่อที่เราจะตีกลับไปได้ เพราะถ้าเราตีไม่ได้ ก็คือเราต้องเสียคะแนนให้ฝั่งตรงข้ามไป 

การเล่นปิงปองเราต้องใช้ร่างกายส่วนไหนให้สอดคล้องสัมพันธ์กันบ้างอธิบายได้ตามนี้   

1.สายตา เราต้องจ้องมมองลูกปิงปองอยู่ตลอดเวลา และต้องคอยมามองคู่ต่อสู้ว่าใช้หน้าไม้ตีลูกปิงปองมายังไง ลูกปิงปองหมุนในอากาศที่องศาไหน

2.สมอง ต้องคอยคิดวางแผนการเล่น และแก้เกมส์การเล่นของคู่ต่อสู้ตลอดเวลา

3.มือ ต้องไม่มีบาดแผลหรืออาการบาดเจ็บ เพราะเราใช้มือจับที่ไม้ปิงปอง มือต้องไวต่อความรู้สึกเวลาลูกปิงปองสัมผัสกับหน้าไม้

4.ข้อมือ ในการตีลูกปิงปองให้คู่ต่อสู้โต้รับยาก หรือให้ลูกปิงปองหมุนมากๆ คู่ต่อสู้จะได้งงกับทิศทางนั้น บางทีจะต้องใช้เทคนิคของข้อมือมาร่วมด้วย

5.แขน การเล่นปิงปองต้องใช้พลังแขนมากเป็นพิเศษ เพราะด้วยท่วงท่าลีลาและเวลาในการเล่น ถ้ากำลังแขนไม่ถึงอาจเกิดความเมื่อยล้าได้ง่าย

6.เท้า เนื่องจากเป็นกีฬาที่ต้องเคลื่อนไหวตลอดเวลา หากยืนอยู่นิ่ง หรือเท้าเคลื่อนไหวช้า จะให้ตามตีลูกปิงปองคู่ต่อสู้ไม่ทันได้

แพ้คารัง แมนฯ ซิตี้-แมนฯ ยูไนเต็ด

แพ้คารัง แมนฯ ซิตี้-แมนฯ ยูไนเต็ด

ผิดคาดหมาย สำหรับ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้

เมื่อพวกเขาแพ้คารังให้กับ “ปีศาจแดงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” ด้วยสกอร์ที่ 1-2 ซึ่งก่อให้เกิดผลรวมในการแพ้รวมทั้งหมด เกมเข้าแล้วเท่ากับว่าในฤดูกาลนี้พวกเขาทำผลงานด้วยการแพ้ไป เกมด้วยกันซึ่งมันจะมีทำให้ทีมของลิเวอร์พูลนำคะแนนโด่งห่างออกไปอีก

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ แมนซิตี้ vs แมนยู

สาเหตุเกิดจากอะไรบ้างมาวิเคราะห์กันฤดูกาลนี้

แมนฯ ซิตี้ เกิดอะไรทำไมพวกเขาถึงสุดเนื่องจากในการพบกันของทีมแมนฯ ซิตี้ และ แมนฯยูไนเต็ดนั้นผลสกอร์ที่ออกมาสามารถแสดงให้เห็นได้ว่าทีมเรือใบสีฟ้าซึ่งมีเป๊บกวาร์ดิโอลาเป็นผู้คุมทีมเกิดการสะดุดอย่างแรงและทำให้การคุมในเกมนี้ไม่ดีอย่างเกมอื่นๆ

เพราะเรือใบสีฟ้ามีการครองบอลที่มากกว่าแต่ก็ไม่สามารถตั้งรับหรือหยุดเกมในการรุกของทีมแมนฯ ยูไนเต็ดได้แม้แต่น้อยซึ่งในจังหวะที่มีการเสียงบอลนั้นเป็นจังหวะที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด กับ แดเนียล เจมส์แย่งไปได้และพวกเขาก็สามารถทำมันได้อย่างสำเร็จสำหรับเกมนี้

เป็นเกมที่เข้าทาง ผีแดง เมื่อมีการพังด้วยสกอร์ที่ 2 ประตู พวกเขามีการยิงใส่ ซิตี้ซึ่งเป็นการยิงตั้งแต่ครึ่งเกมแรก และเป็นการลั้งพวกเขาไปอีกครึ่งเกมหลังอีกด้วยเป๊บเจอปัญหาหนักรูปภาพที่เกี่ยวข้อง

สำหรับ สโตนส์ เขาได้รับการบาดเจ็บที่เกิดจากการแข่งขัน

ซึ่งจะต้องถูกเปลี่ยนตัว และต้องนำเขาออกจากสนาม ในนาที59ของเกม ซึ่งมีการนำ นิโกลาส์ โอตาเมนดี้ เข้ามาแทนตำแหน่ง ก่อให้เกิดคนในทีมเหลือแค่เพียง โอตาเมนดี้

คนเดียวเท่านั้นที่มีความสามารถในด้านเซ็นเตอร์แบ็คจึงทำให้ต้องเอาเอริคการ์เซียมาเป็นกำลังเสริมแต่เขาก็กำลังเป็นดาวรุ่งอยู่ในขณะนี้เช่นกัน

ถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีแฟร์นันดินโญ​กับโรดริโกอยู่แล้วก็ตามแต่ก็น่าเป็นห่วงแทนเป๊บอยู่เยอะเหมือนกันเพราะพวกเขาต้องเจอกับวิกฤตแข้งเดี้ยงในช่วงของเวลาที่สำคัญของฤดูกาลมีช่องว่างที่เยอะเกินไป

การพ่ายแพ้ของแมนฯซิตี้ในเกมนี้มีผลทำให้คะแนนระหว่างพวกเขากับทีมลิเวอร์พูลทิ้งห่างกันอยู่ 14แต้มและมีการแข่งขันไปแล้วด้วย 16 เกมด้วยกัน

สำหรับเกมนี้ต้องบอกว่าดูหงส์แดงจะมีความมั่นใจกันอย่างมากซึ่งต่างจากทีมซิตี้อยู่พอสมควรเพราะพวกเขายิ่งเล่นเหมือนจะดูยิ่งแย่ลงไปเรื่อยๆยิ่งคะแนนของพวกเขาทำพลาดเท่าไหร่

ยิ่งทำให้ห่างไกลกับทีมลิเวอร์พูลมากขึ้นไปอีกและนั้นก็เป็นการทำให้ห่างตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีกไปอีกด้วย

ความมั่นใจเกินขนาดสำหรับมาร์คัสแรชฟอร์ดของทีมปีศาจแดงนั้นเราจะเห็นได้ว่าเขามีความโดดเด่นสุดและมั่นใจเกินใครเพราะครั้งนี้ดูเหมือนว่าเขาก็จะเล่นดีขึ้นจริงๆเพราะมันเป็นการดีจนเกินขาดผิดหูผิดตาเลยแหละ

เพราะมีทั้งความเร็วการเล่นอย่างคล่องตัวซึ่งจังหวะการจบสกอร์ก็สามารถทำได้ดีเกินคาดซึ่งหากมองดีๆดูเหมือนกับ คริสเตียโนโรนัลโด้ขึ้นทุกวัน