Browsed by
หมวดหมู่: ข่าวกีฬา

เคอร์เผยอยู่ในบ้านอย่างอ้างว้างที่อิตาลี

เคอร์เผยอยู่ในบ้านอย่างอ้างว้างที่อิตาลี

หลังจากที่มีการประกาศล็อกดาวน์ในอิตาลี นั้นมีบรรดานักเตะหลายคนที่อาศัยอยู่ในบ้าน ซึ่งพวกเขาก็มีความรักในเกมลูกหนัง เมื่อยามว่างไม่มีอะไรทำก็เอากระดาษชำระออกมาเดาะลูกบอลกันซึ่งเป็นเรื่องที่อเมซซิ่งดี สำหรับสถานการณ์ในอิตาลีเวลานี้เป็นเรื่องที่ย่ำแย่มาก เพราะว่าประกาศปิดเมืองง หรือ lock down

แต่ว่ามีผู้คนวัยรุ่นของอิตาลี ออกมาทำกิจกรรมกันข้างนอกบ้านร้อนถึงตำรวจที่ต้องเข้าไปจับกุมกันเลยทีเดียว และข่าวล่าสุดรายงานว่าบางคนหนีจากทางเหนือของอิตาลีลงสู่ทางตอนให้ของอิตาลี ทำให้มีโรงพยาบาลทางตอนใต้ของอิตาลีต้องเฝ้าระวังกันเลยทีเดียว 

ซึ่งในบรรดานักเตะที่ออกมาเปิดเผยเรื่องนี้ อย่างกาเบรียล เคอร์กล่าวว่าตอนนี้ผมเล่นฟุตบอลให้อเลสซานเดรีย เมืองทางตะวันตกเฉียงเหนือของอิตาลี อยู่ในเขตเปียมอนต์ โดยผมได้อาศัยอยู่กับคนในครอบครัวเป็นเวลามากกว่า สองสัปดาห์แล้ว

ทุกสิ่งทุกอย่างในเมืองงนี้ดูรีบร้อนกันไปหมด เกมล่าสุดที่เราลงสนามแข่งขันก็คือวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่เลื่อนมาจากเกมเมื่อวันพุธ เราต้องลงสนามท่ามกลางความหวาดวิตก เพราะว่าโรคนี้มันได้แพร่กระจายไปทั่วโลกแล้ว เราต้องลงสนามโดยที่ไม่มีคนดู ซึ่งภูมิภาคนี้มีการประกาศล็อกดาวน์ตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคม และนับตั้งแต่นั้นทั้งประเทศก็ไม่มีการแข่งขันรวมถึงไม่มีการฝึกซ้อมใดๆ 

ซึ่งเราก็ยังต้องซ้อมฟุตบอลกันตามปกติเพื่อให้ร่างกายได้เตรียมพร้อม อเลสซานเดรียทีมที่อยู่ในเซเรียซี ระดับดิวิชันสามเท่านั้น ทำให้นักเตะไม่มียิมได้ลงสนามฝึกซ้อม บางคนต้องซ้อมกันเองในอพาร์ตเม้นต์หรือที่ว่างที่จำกัด เท่าที่เราจะหาได้ในตอนนั้น ซึ่งสโมสรก็พยายามหาโปรแกรมที่ฟื้นฟูสภาพร่างกาย อย่างเช่นการเล่นฟิตเนส, โยคะและการซ้อมแบบอื่นๆ ที่ช่วยเรื่องของสภาพร่างกายและสภาพจิตใจได้บ้าง

ผมโชคดีทีได้เรียนเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์-จิตวิทยามาบ้างที่ออสเตรเลีย และผมคิดว่าจะใช้การศึกษานี้มาปรับใช้ในการใช้ชีวิตประจำวัน ทั้งเรื่องการทำความสะอาดบ้านและการดู Netflix ให้จบตอน 

การถูกกักตัวเองให้อยู่แต่ในบ้านเป็นเรื่องที่อ้างว้างเหลือเกิน และมีเหตุการณ์ที่ตำรวจห้ามผู้สูงอายุออกนอกบ้านแม้แต่จะมาร้านขายยา หรือมาร้านขายของชำ ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่ทรมานมาก

การซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ตจำกัดจำนวนคนเข้าที่ 10-15 คน และการซื้อหน้ากากอนามัยรวมถึงน้ำยาล้างมือจะหมดสต๊อกทันทีที่มันมาถึงที่ร้าน ซึ่งนักฟุตบอลก็เหมือนคนทั่วไปก็ต้องกักตัวอยู่แต่ในบ้านเช่นเดียวกัน ซึ่งมันคงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว

นักฟุตบอลที่โชว์ฟอร์มได้ดีในฟุตบอลโลก 2018

นักฟุตบอลที่โชว์ฟอร์มได้ดีในฟุตบอลโลก 2018

ฟุตบอลโลกที่ผ่านมา หลายๆทีมก็ทำได้บรรลุตามเป้าหมาย หลายๆ ทีมก็บอบช้ำและผิดหวัง แต่หากพูดถึงตัวนักเตะเองแล้วนั้น ก็มีหลายๆ คนที่โชว์ฟอร์มแจ่ม สร้างมูลค่าและเพิ่มค่าตัวของตัวเองในการย้ายทีมครั้งต่อไปได้เลย เรามาดูกันว่ามีใครกันบ้างที่โชว์ฟอร์มได้ดีในฟุตบอลโลกครั้งที่ผ่านมา

เบนจามิน ปาวาร์ แบ๊กขวาทีมชาติฝรั่งเศส ซึ่งต้องบอกว่า ทีมเสือใต้บาเยิรน์ นั้นโชคดีมากที่ได้ตัดสินใจคว้าตัวเค้าไปร่วมทีมจากทีมสตุ๊ทการ์ด ก่อนที่ฟุตบอลโลกจะเริ่มขึ้น เพราะในฟุตบอลโลกครั้งนี้ เค้าโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งถ้าเสือใต้ มาซื้อนักเตะคนนี้หลังจบบอลโลกน่าจะต้องยื้อแย่งแข่งกับทีมอื่นๆ แน่นอน

ราฟาเอล วาราน อีกหนึ่งกองหลังจากทีมชาติฝรั่งเศส ที่โชว์ฟอร์มได้สมราคากับกองหลังแชมป์โลก และยอดทีมอย่างราชันชุดขาว เพราะด้วยฟอร์มอันโดดเด่น และแข็งแกร่งของเค้าจึงช่วยให้ทีมตราไก่ คว้าถ้วยฟุตบอลโลกครั้งนี้ไปครองได้

เอ็นก็องโร ก็องเต้ กองกลางตัวตัดเกมทีมชาติฝรั่งเศส ที่ตอนนี้ถูกยกย่องให้เป็นนักเตะตัวตัดเกมที่เก่งที่สุดในโลกไปแล้ว หลังจากที่โชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมทั้งในสโมสรเชลซี และในทีมชาติฝรั่งเศส

ตีโม กูร์ตัว ผู้รักษาประตูทีมชาติเบลเยี่ยม ที่โชว์ฟอร์มเซฟประตูอันสุดยอดหลายต่อหลายครั้ง และเสียไปแค่เพียงหกประตูตลอดทัวร์นาเมนต์ ซึ่งช่วยให้ทีมชาติเบลเยี่ยมของเค้าคว้าอันดับที่สามไปครองได้ด้วย รวมถึงรางวัลอันทรงเกียรติที่ได้รับเป็นการส่วนตัวในตำแหน่งผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมประจำฟุตบอลโลก

อีวาน ราคิติช กองกลางตัวสร้างสรรค์เกมของทีมชาติโครเอเชีย ที่ต้องบอกว่าการที่โครเอเชียมีเค้าอยู่ในทีมนั้น คือสุดยอดการจินตนาการของการจ่ายบอลเลยทีเดียว ซึ่งก็ไม่แปลกที่เค้าจะสามารถสร้างสรรค์ บัญชาเกมให้กับโครเอเชีย เหมือนที่เค้าทำในทีมบาร์เซโลน่า

แฮรี่ เคน กองหน้าทีมชาติอังกฤษ กับตำแหน่งดาวซัลโวในฟุตบอลโลกครั้งนี้ เป็นเครื่องการันตรี ว่าฟอร์มการยิงประตูของเค้าจะยอดเยี่ยมแค่ไหน และถ้าหากทีมชาติอังกฤษมีตัวจ่ายบอลดีๆ กว่านี้ อังกฤษคงจะไปได้ไกลในฟุตบอลโลกมากกว่านี้

เควิน เดอบอยด์ สุดยอดกองกลางของทีมชาติเบลเยี่ยม ซึ่งหากมองตามจริงแล้วนั้น การมีเดอบอยด์ นั้นยอดเยี่ยมและมีประโยชน์จริงๆ เพราะเค้าเป็นทั้งตัวยิง ตัวจ่าย ตัวตัดเกม และเชื่อมเกม เรียกว่าครบเครื่องกันเลยทีเดียว

เพื่อนๆ ลองนึกดูกันซิว่า ตรงใจกันบ้างหรือเปล่า กับนักเตะที่โชว์ฟอร์มได้ดีในฟุตบอลโลก

สิงห์บูลยอดทีมแห่งกรุงลอนดอน

สิงห์บูลยอดทีมแห่งกรุงลอนดอน

หากคุณเป็นแฟนบอลของทีมเชลซี สิงห์บูลยอดทีมแห่งกรุงลอนดอน เคยคิดบ้างมั้ยว่าตลอดระยะเวลาที่คุณเชียร์ทีมนี้ หากคุณได้รับโอกาสให้จัดทีมที่ดีที่สุดของคุณลงสนาม ในหัวใจของคุณนั้น มีใครบ้างที่จะได้รับโอกาสจากคุณ ซึ่งผลสำรวจของแฟนเชลซี ที่โหวตกันมานั้น เรามาลองดูกันว่าตรงใจกับใครหลายๆ คนมั้ย

ในสูตรการเล่น 4-3-3

ผู้รักษาประตู ปีเตอร์ เช็ก เรียกได้ว่าเป็นตำนานของทีมเชลซี ก็ว่าได้ เพราะเท่าที่ลองย้อนรายชื่อไปดูในอดีตแล้วนั้น ทางสิงห์บลู เชลซี ก็ไม่มีผู้รักษาประตูคนไหนที่เด่นไปกว่าเค้าแล้ว แต่น่าเสียดายที่เค้าไม่ได้แขวนถุงมือกับเชลซีเท่านั้น

กองหลัง แน่นอนว่าต้องมี จอนห์ เทอรี่ อย่างแน่นอน เพราะเค้าเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของเชลซีก็ได้  ด้วยความที่ขึ้นมาจากชุดเยาวชน และเล่นอยู่กับเชลซีแค่สโมสรเดียว ส่วนอีกคนเป็น มาร์แซล เดอไซญี่ ซึ่งไม่ต่างอะไรกับกองหลังแบบภูเขา ที่ไม่ว่ากองหน้าทีมไหนก็ผ่านเค้าได้ยาก ส่วนแบ็กขวาคือ อนาโนวิช ที่ต้องบอกว่าเป็นนักเตะจอมบู๊คนหนึ่งที่ถือว่าเป็นน้องๆ จอนห์ เทอรี่ ได้เลย ส่วนแบ๊กซ้ายต้องเป็นเค้าคนเดียวเท่านั้นคือ แอชลี่ย์ โคล ซึ่งตลอดเวลาที่เล่นให้กับเชลซี แบ๊กซ้ายคนนี้มีฟอร์มที่คงเส้นคงวาที่สุด และเล่นดีทั้งเกมรุกและเกมรับ

กองกลาง มีโค๊ด มาเกเลเล่ ถือเป็นตัวตัดเกมที่ดี่ที่สุดในโลกระดับต้นๆ เลยทีเดียว ส่วนอีกคนแน่นอน คือ ก้องเต้ ฝีเท้าเท้าในการตัดบอลไม่ต้องพูดถึง แถมยังพัฒนาตัวเองในการทำเกมได้อีกด้วย คิดไม่ออกเลยว่าถ้ามีสองคนนี้ลงเป็นกองกลางพร้อมกันจะแข็งแกร่งขนาดไหน ส่วนอีกคนคือแฟร้งค์ แลมพาร์ด ที่ถือว่าเป็นกองกลางที่ยิงประตูได้เยอะที่สุด ทั้งยิงไกลนอกเขตโทษ และทั้งจ่ายบอล

กองหน้า ในส่วนของฝั่งซ้าย ทางสื่อเค้าให้เป็น อาร์ซาร์ ซึ่งก็ถือว่าไม่แปลก เพราะตลอดเวลาที่อาร์ซาร์ ยังอยู่กับเชลซีนั้น เกมไหนตื้อๆ ก็นี่แหละอาร์ซาร์ ที่ช่วยได้เลย ส่วนฝั่งขวาอาจจะพลิกล็อกหน่อยเพราะสื่อนั้นเลือก โจ โคล แต่ด้วยเหตุผลที่เค้าเล่นเป็นปีกธรรมชาติที่เล่นได้เด่นที่สุด ทั้งลายเลื้อยยิง และก็ทำประตู ส่วนตำแหน่งกองหน้าตัวเป้านั้น สื่อบอกว่าเป็นตำแหน่งที่เลือกยากที่สุด ระหว่าง จิอันฟรังโก้ โซล่า กับ ดิดิเยร์ ดร็อกบ้า เพราะทั้งคู่ถือว่าเป็นกองหน้าที่ทำผลงานให้กับเชลซีเป็นอย่างมากแต่หากมองถือความสามารถเฉพาะตัวที่ครบเครื่องกว่า ทางสื่อเลือกที่เป็น จิอันฟรังโก้ โซล่า

ก็ลองดูครับว่าถูกใจแฟนบอลเชลซี และตรงใจกันมากแค่ไหน

ลีโอเนล เมสซี่

ลีโอเนล เมสซี่

ลีโอเนล เมสซี่ ชื่อนี้ไม่มีใครไม่รู้จักและไม่เคยมีใครสงสัยในความสามารถของนักเตะอาร์เจนไตน์ คนนี้  

แต่น่าแปลกมั้ยที่นักเตะที่เป็นศูนย์กลางหรือเป็นทั้งสโมสรของบาร์เซโลน่า และเป็นนักเตะที่สามารถคว้าบังลังดอร์ได้มากที่สุดในปัจจุบัน และยังความแชมป์มาทุกถ้วยกับสโมสรบาร์เซโลน่า ในสเปนมาครบทุกถ้วยแล้ว แต่เจ้าตัวกลับไม่เคยสัมผัสถ้วยแชมป์ฟุตบอลโลกหรือแม้แต่โคปปา อเมริกา เลยแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งนักวิเคราะห์ฟุตบอล หรืออดีตตำนานนักเตะหลายๆ คนก็ยังตั้งคำถามและอดสงสัยไม่ได้ ทั้งๆ ที่ระดับความสามารถของ เมสซี่ นั้นเข้าขั้นมนุษย์ต่างดาว แต่พอไปเล่นให้ทีมชาติ กลับกลายเป็นคนละคนกับที่เล่นให้กับบาร์เซโลน่า ซึ่งจุดนี้มีนักวิเคราะห์หรือตำนานนักเตะหลายๆท่าน

สันนิษฐานและลงความเห็นว่า เพราะองค์ประกอบนักเตะและระบบการเล่นของทีมชาติกับสโมสรไม่เหมือนกัน ซึ่งถ้าเรามามองทีละจุดอย่างที่หลายๆท่านวิเคราะห์ไว้นั้น สำหรับจุดเรื่ององค์ประกอบของนักเตะนั้น มีความเป็นไปได้สูง เพราะที่สโมสรบาร์เซโลน่านั้น มีนักเตะเก่งๆ และมีเซ้นส์บอลตาม เมสซี่ ทันอยู่มากมาย

เรียกว่าแทบทุกตำแหน่งเลย ยิ่งช่วงที่ยังมี อิเนียสต้า กับ ซาบี อลอนโซ่ ยืนปักหลักตรงกลางให้เมสซี่ คอยสนับสนุนอยู่ด้านหลัง และด้านหน้ามี ทั้งเนย์มาร์ และ ซัวเรส ต้องบอกเลยว่าเมื่อใดก็ตามที่ลูกบอลอยู่ที่เท้าเมสซี่นั้น นั่นหมายความโอกาสที่จะทำให้บาร์เซโลน่า ได้ประตูนั้นมีเกินกว่าห้าสิบเปอร์เซ็นต์ เพราะไม่ว่าเค้าจะเลี้ยงเข้าไปทำประตูเอง

หรือด้วยความชาญฉลาดในการจ่ายแบบคิลเลอร์พาส ให้กับ เนย์มาร์ หรือ ซัวเรสทำประตู หรือแม้แต่การต่อบอลทำเกมเข้าไปในกรอบเขตโทษกับ อิเนียสต้า หรือ ซาบี้ นั้นหมายความว่า ประตูเกิดขึ้นได้เสมอกับสุดยอดทีมบาร์เซโลน่า แต่พอมามองถึงทีมชาตินั้น ต้องบอกเลยว่าองค์ประกอบพวกนี้ขาดให้ไป

ถึงแม้ต่อให้พยายามปรับระบบการเล่นเอื้อกับเมสซี่ ที่สุดแล้วนั้น แต่นั่นกลับหมายความยิ่งไปแบกภาระให้กับเมสซี่ มากขึ้น เพราะลำพังตัวเค้าคนเดียวไม่สามารถสร้างสรรค์โอกาส หรือมีผู้ช่วยที่ดีอย่างในสโมสรบาร์เซโลน่าได้ เพราะถ้ามองจริงๆแล้วนั้น กองหน้าของอาร์เจนติน่า มีดีแทบทุกตัว ไม่ว่าจะเป็น กุน อเกโร่ หรือแม้แต่ อิกวนอิน และ อังเคล ดิมาเรีย แต่พอมองถึงกลองกลางและกองหลังแล้วนั้น มันช่างแตกต่างกับบาร์โซโลน่า พอสมควร นั่นจึงคือเหตุผลที่ เมสซี่ ไม่เคยได้สัมผัส สองถ้วยใหญ่ มาประดับบารมีเค้าได้เลย ว่ากันว่า หากเอาบาร์เซโลน่า มาแข่งแทน เมสซี่ อาจได้ชูถ้วยแชมป์ฟุตบอลโลก กับโคปปาแล้ว ก็เป็นได้

โอเดี้ยน อิกาโล่

โอเดี้ยน อิกาโล่

5 เรื่องน่ารู้สำหรับ โอเดี้ยน อิกาโล่ กองหน้าที่จะมาช่วยผีแดงจบท็อปโฟร์

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังเผชิญหน้ากับปัญหาขาดแคลนกองหน้าหลังจาก มาร์คัส แรชฟอร์ด ได้รับบาดเจ็บ บวกกับ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ฟอร์มดร็อปลงไป แม้จะมี เมสัน กรีนวู้ด แต่เจ้าหนูรายนี้ยังเด็กเกินไปที่จะต้องแผบกรับภาระอันหนักอึ้ง

ว่าแล้ว โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ จัดการคว้าตัว โอเดี้ยน อิกาโล่ หัวหอกสัญชาติไนจีเรียด้วยสัญญา 6 เดือน ด้วยความคาดหวังที่จะเข้ามาแก้ปัญหาระยะสั้นได้ แม้จะอยู่ค้าแข้งในประเทศจีนถึง 3 ปีก็ตาม ซึ่งนี่คือเรื่องน่ารู้สำหรับหัวหอกวัย 30 ปีผู้นี้

เขาคือใคร?

โอเดี้ยน จู๊ด อิกาโล่ เกิดเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 1989 เขาเริ่มต้นอาชีพค้าแข้งกับทีมในบ้านเกิดจนไปเตะตาแมวมองของสโมสรในยุโรปอย่าง ลินน์ ทีมในลีกนอร์เวย์ จากนั้นในปีต่อมาก็ไปร่วมทีม อูดิเนเซ่ และถูกปล่อยยืมอยู่กับทั้ง กรานาด้า และ เซเชน่า แต่ในฤดูกาล 2011/12 เขาถูก กรานาด้า ยืมตัวอีกครั้งและสามารถช่วยให้ กรานาด้า เลื่อนชั้นมาเล่นในลาลีกาได้สำเร็จ 


เมื่อปี 2014 อิกาโล่ ย้ายไป วัตฟอร์ต ซึ่งในพรีเมียร์ลีกนี้เองที่เขาสร้างชื่อให้กับตัวเอง แต่ตัดสินใจย้ายออกจากทีมเพื่อไปค้าแข้งในประเทศจีนแบบดื้อ ๆ ในปี 2017 กับ ชางชุน ย่าไท่ และ เซี่ยงไฮ้ เสิ่นหัว ตามลำดับ

ผลงานกับทีมชาติเป็นไงบ้าง?

อิกาโล่ มีสถิติการทำประตูที่น่าประทับใจดีในระดับทีมชาติเมื่อเขายิงได้ 16 ประตูจาก 35 นัด และยังเป็นดาวซัลโวในการแข่งขันแอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ ในปี 2019 อีกด้วย โดยยิงไป 5 ลูกและช่วยให้ไนจีเรียจบอันดับที่ 3

ผลงานนอกสนามล่ะ?

ด้วยการรับค่าเหนื่อยสูงถึง 300,000 ต่อสัปดาห์ในประเทศจีน อิกาโล่ ได้นำเงินเหล่านั้นไปทำสิ่งที่ดีมาก ๆ โดยในปี 2017 อิกาโล่ ได้สร้างบ้านให้เด็กกำพร้า ที่อิเยกุน, ลากอส ประเทศไนจีเรีย

เขาแฟนบอลตัวยงของปีศาจแดง

อิกาโล่ ให้สัมภาษณ์เมื่อปี 2016 ว่าเขาฝันอยากมาเล่นให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยกล่าวไว้ว่า “มันมีข่าวลือจากสเปนและอิตาลี แต่ผมเคยเล่นที่นั่นมาแล้ว และตอนนี้ผมอยากเล่นในอังกฤษ”

“ผมไม่คิดว่าจะย้ายไปไหนได้ แต่ผมไม่แน่ใจหรอกว่าผมจะตอบปฏิเสธได้ลงคอถ้า ยูไนเต็ด ทาบทาม พวกเขาเป็นทีมที่ผมเชียร์ตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว ผมชอบดู แอนดี้ โคล และ ดไวท์ ยอร์ค ทางทีวี พวกเขาเป็นไอดอลของผมและการเล่นที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด คือความฝันเสมอ”

เขาปัดข้อเสนอจากบาร์เซโลน่า

ก่อนเข้าร่วมทีม เซี่ยงไฮ้ เสิ่นหัว เขาอ้างว่า บาร์เซโลน่า พยายามเซ็นสัญญาแบบยืมตัว 6 เดือนร่วมถิ่นคัมป์ นู อย่างไรก็ตามเขายอมรับ่าต้องปฏิเสธไปเพราะไม่อยากเป็นเพียงตัวสำรองเท่านั้น และเลือกอยู่ค้าแข้งในจีนต่อไปหลังจากคว้ารองดาวซัลโวในลีกเมื่อปี 2018 

ประวัติ “The Answer” อัลเลน ไอเวอร์สัน (Allen Iverson)

ประวัติ “The Answer” อัลเลน ไอเวอร์สัน (Allen Iverson)

จุดเริ่มต้นเส้นทางสายนักกีฬาอาชีพของ อัลเลน ไอเวอร์สัน (Allen Iverson)

เริ่มต้นที่ โรงเรียน เบเธล ไฮสคูล (Bethel High School) ในเมืองแฮมป์ตัน ที่นี่เป็นที่ที่เขาได้ฉายแววความเป็นอัจฉริยะออกมาให้โลกได้เห็น ความโดดเด่น พรสวรรค์ ทำให้เขาเป็นที่ยอมรับอย่างมาก หลายคนอาจจะคิดว่าสรุปแล้วเขาเลือกเล่นกีฬาอะไรกันแน่ ระหว่าง อเมริกันฟุตบอล กับ บาสเกตบอล จิรงๆ แล้ว

เขาไม่ได้เลือกเลย แต่เขาเล่นมันทั้ง 2 อย่าง

สำหรับหลายๆ คน การที่จะเล่นกีฬา 2 ชนิดให้ได้ดี มันจะคงจะเป็นไปได้ยาก แต่ด้วยพรสวรรค์ที่เปี่ยมล้นของ อัลเลน ไอเวอร์สัน (Allen Iverson) มันจึงไม่ยากเลยที่จะเป็นไปได้ ในการเป็นนักกีฬาอเมริกันฟุตบอล เขาเล่นในตำแหน่งควอเตอร์แบ็ค ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เด็กอเมริกันหลายๆ

คนใฝ่ฝันที่จะได้ยืนในจุดนั้น ซึ่งแน่นอนว่า อัลเลน ไอเวอร์สัน (Allen Iverson) ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น จนได้รับเลือกให้เป็นนักกีฬาระดับชั้นมัธยมยอดเยี่ยมประจำปี ส่วนในสายการเป็นนักกีฬาบาสเกตบอล อัลเลน ไอเวอร์สัน (Allen Iverson) ได้ลงเล่นในตำแหน่งการ์ด และด้วยอัจฉริยะภาพของเขาทำให้เขาคว้ารางวัลนักกีฬาบาสเกตบอลยอดเยี่ยมประจำปี 2 สมัยซ้อน

พร้อมกับพาทีมคว้าแชมป์ระดับประเทศอีกด้วย อัลเลน ไอเวอร์สัน (Allen Iverson) ถูกคนทั้งประเทศจับตามองและคาดหวัง เพราะทุกคนเชื่อว่า นี่แหละคือดาวรุ่งดวงใหม่ของวงการกีฬาอเมริกา แต่แล้วฝันร้ายก็ได้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สดใสในชีวิตของ อัลเลน ไอเวอร์สัน (Allen Iverson) ในปี 1993 อัลเลน ไอเวอร์สัน (Allen Iverson) ในวัย 17 ปี จากคนที่เป็นที่ต้องการของ มหาวิทยาลัย

ทั่วประเทศ เขากลับกลายเป็นคนที่ต้องถูกตัดสินจำคุก 15 ปี ด้วยข้อหาทำร้ายร่างกาย แม้จะพยายามยื่นอุทธรณ์ หรือนำหลักฐาน พยานหลายปากมายืนยันว่า อัลเลน ไอเวอร์สัน (Allen Iverson) ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวเลย แต่ฝ่ายโจทย์กลับยืนยันว่าเขาจำใบหน้าของ อัลเลน ไอเวอร์สัน (Allen Iverson) ได้อย่างชัดเจน

ซึ่งตรงจุดนี้ไม่รู้เป็นเพราะ อัลเลน ไอเวอร์สัน (Allen Iverson) เป็นคนโด่งดังหรือเปล่า จึงทำให้ฝ่ายโจทย์นั้นจำหน้าของเขาได้เพียงคนเดียว และนั่นทำให้เส้นทางนักกีฬาอาชีพของเขาต้องดับลงภายในชั่วพริบตา

ฉายาสุดฮาของเหล่านักเตะ

ฉายาสุดฮาของเหล่านักเตะ

จ๊ะเอ๋ 1 ใน 13 ฉายาสุดฮาของเหล่านักเตะ

เราก็รู้กันดีว่าเหล่านักบอลที่มีเอกลักษณ์ในแต่ละแบบของตัวเอง จะถูกเราแฟนบอลตั้งฉายาให้ ทั้งฉายาที่ตลกๆ หรือฉายาที่ยงย่องต่างๆนาๆ แล้วก็ทำให้ทุกคนทั่วโลกจดจำพวกเขาเป็นเหมือนกับ ฉายาเหล่านั้น วันนี้เราจะมาเริ่มหาฉายาที่ถูกตั้งมาแบบการทำตัวตลกๆจนได้ฉายาแปลกๆจนอดขำไม่ได้ แล้วยิ่งเวลาแฟนบอลดูพวกเขาเหล่านั้นเตะบอลอยู่ก็จะรอลุ้นว่านักเตะเหล่านี้จะทำอะไรเหมือนกับฉายาของเขาไหม พอทำก็จะได้ยินเสียงฮือฮาจากทั้งสนามคนดูเลย

อย่างคนแรกที่เราจะพูดถึงนี้คือนักเตะกองกลางของมหาเทพทีมในตำนานอย่าง บาร์ซ่า เจ้าตำนานนักเตะจากเหล่านอกโลก มนุษย์ต่างดาวสุดแกร่ง แล้วเขาคือ เซร์คิโอ บุสเกตส์ ที่ทำหน้าที่กองกลางให้กับเหล่าต่างดาวนี้ การเล่นของเขานั้นไม่ได้โดดเด่นอะไรมากมายนัก แต่เขานั้นมีอาการสุดแปลกตอนที่เขาแกล้งโดนทำฟาวล์นั้นเอง

ด้วยครั้งแรกๆที่ทำเขาคงไม่ได้เอะใจอะไรว่าจะเป็นการสร้างความตลกแก่ผู้ชมหรืออะไร แต่เขาเพียงแค่นอนลงไปเหมือนกับว่าเจ็บมากจนต้องลงไปกลิ้งๆแล้วก็เอามือปิดหน้าแบบที่ทุกๆคนนั้นชอบทำนั้นแหละ แต่ว่า เซร์คิโอ บุสเกตส์ คนนี้นั้นแอบเปิดหน้าขึ้นมานิดนึงเหมือนการเล่นจ๊ะเอ๋กับหลานอย่างไงอย่างงั้นเลย

เขาทำเพื่อนที่จะดูว่าที่เขาแอบแกล้งโดนทำฟาวล์นั้นเป็นผลหรือไม่ ซึ่งมันดูตลกมากที่เขาแอบเปิดตาขึ้นมามองกรรมการอย่างโจ่งแจ้งแบบนี้นะ แล้วนั้นก็เป็นฉายาแล้วก็วีรกรรมอันแสนแปลกประหลาดจริงๆ ซึ่งจังหวะนี้นี่เองที่สร้างเป็น ฉายาอันแสนตลกนี้ เทพเจ้าจ๊ะเอ๋ คนนี้เขาก็ทำอยู่บ่อยๆเหมือนกับว่าไม่รู้จักฉายาตัวเอง แล้วก็ทำให้เป็นเรื่องตลกแก่แฟนๆหรือไม่ก็เซ่อซะจนทำให้โดนจับได้

นี่ก็เป็นความบ๋องๆของนักเตะที่ทำให้กลายเป็นจุดขายของเขาซะงั้น กองกลางคนนี้ก็เป็นกองกลางตัวจ๊ะเอ๋ซะอย่างนั้นไป

ข่าวกีฬาที่น่าสนใจ

ข่าวกีฬาที่น่าสนใจ

ประวัติ โคบี ไบรอันท์ (Kobe Bryant) อัจฉริยะรอบด้าน

ในฤดูกาลที่ 2 ของการเป็นนักกีฬาบาสเกตบอลอาชีพของ โคบี ไบรอันท์ (Kobe Bryant) หลังจากที่พอมีประสบการณ์และผลงานมาบ้างแล้วในสนาม แน่นอนว่าฤดูกาลนี้เขาได้รับความไว้วางใจจากโค้ชให้ลงสนามมากขึ้น และแน่นอนว่า โคบี ไบรอันท์ (Kobe Bryant) ก็ไม่ปล่ยโอกาสนั้นให้หลุดมือ นักบาสเกตบอลอัจฉริยะอย่างเขาสามารถทำผลงานได้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เขาทำคะแนนเฉลี่ยจาก 7.6 คะแนนต่อเกมส์ในปีแรก กลายเป็น 15.4 คะแนนต่อเกมส์ในฤดูกาลปัจจุบัน และแน่นอนว่านั่นทำให้เขาได้รับโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงมากขึ้นด้วย พัฒนาการที่ก้าวกระโดด และพรสวรรค์ที่เขาแสดงออกมา ทำให้เขาได้รับการโหวตจากแฟนๆ ให้ติดทีมรวมดารา และกลายเป็นผู้ครองสถิติเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ NBA ที่ได้เป็นตัวจริงในเกมส์รวมดารา NBA All-Star ในปีนั้น ถึงแม้ แอลเอ เลเกอร์ส (LA Lakers) จะได้แค่รองแชมป์ในฤดูกาลนั้น

แต่ทีมก็ได้สร้างสถิติใหม่ใน NBA ด้วยการมีผู้เล่นจากทีมเดียวกันติดทีมรวมดาราถึง 4 คน

ซึ่งถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1983 เพราะนอกจากโคบี ไบรอันท์ (Kobe Bryant) ก็ยังมี ชาคีล โอนีล (Shaquille O’Neal), เอ็ดดี้ โจนส์ (Eddie Jones) และ นิค ฟาน เอ็กเซล (Nick Van Exel) ก็ได้ร่วมทีมรวมดาราเช่นเดียวกัน แถมในฤดูกาลนี้ โคบี ไบรอันท์ (Kobe Bryant) ยังสร้างสถิติ เป็นผู้เล่นตัวสำรองที่ทำคะแนนสูงสุดของทีมในฤดูกาลปกติ ด้วยคะแนนเฉลี่ย 15.4 คะแนนต่อเกมส์อีกด้วย

ในฤดูกาล 1998 – 1999 เกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญภายในทีม แอลเอ เลเกอร์ส (LA Lakers) โดย 2 ผู้เล่นตัวหลักอย่าง เอ็ดดี้ โจนส์ (Eddie Jones) และ นิค ฟาน เอ็กเซล (Nick Van Exel) ถูกเทรดตัวออกไป ซึ่งมันเป็นเหมือนการเคลียร์พื้นที่ให้กับ โคบี ไบรอันท์ (Kobe Bryant) ได้ขึ้นมาฉายแสงแบบเต็มตัว ด้วยความสามารถของ โคบี ไบรอันท์ (Kobe Bryant)

ในตอนนี้ ทำให้เขาได้ลงเล่นเป็นตัวจริงตลอด 50 เกมส์ในปีนั้น

แถม โคบี ไบรอันท์ (Kobe Bryant) ได้ต่อสัญญาฉบับกับทีมออกไปอีก 6 ปี ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และทำให้เขาจะได้อยู่กับทีม แอลเอ เลเกอร์ส (LA Lakers) ไปจนถึงฤดูกาล 2003 – 2004 จากจุดนี้เองทำให้หลายๆ คนเริ่มนำเขาไปเปรียบเทียบกับสุดยอดนักนาสเกตบอลของโลกอย่าง ไมเคิล จอร์แดน (Michael Jordan)

แต่อย่างไรก็ตาม แอลเอ เลเกอร์ส (LA Lakers) ในปีนั้นต้องพ่ายแพ้แบบ 4 เกมส์รวดให้กับ ซานอันโตนิโอ สเปอร์ส (San Antonio Spurs) ในรอบชิงชนะเลิศสายตะวันตก (Western Conference semi-finals) 

Sergio Ramos อันดับ 3 ความคุ้มค่าของ Real Madrid

Sergio Ramos อันดับ 3 ความคุ้มค่าของ Real Madrid

Sergio Ramos อันดับ 3 ความคุ้มค่าของ Real Madrid

พระเจ้าช่วย ไม่อยากจะยอมรับเลยว่า จะเป็นชายผู้นี้ที่ถือว่าเป็นอันดับ 3 ของทีมที่ซื้อตัวมาได้อย่างคุ้มค่าที่สุดคนนึง เขาถือเป็นสุดยอดปราการแห่งปราสาทราชันสีขาว ที่ป้องกันมาอย่างยาวนานเลยทีเดียว เขามาจาก เซบีย่า มาร่วมกับราชันในปี 2005 ค่าตัวเขาก็ถือว่าสูงมากๆในยุคนั้น แล้วแถมเป็นกองหลังอีกซะด้วย ตอนที่ซื้อตัวเขามาด้วยเงินขนานนั้น เขาอายุน้อยมาก แค่ 19 ปีเองนะ

ช่างเป็นการลงทุนที่เสี่ยงใช้ได้เลย แต่แล้วก็ไม่ใช่การตัดสินใจที่ผิดพลาด โชคดีไป

ต้องยอมรับว่าเขามีทั้งแฟนๆที่รักเขา และ เกลียดเขาด้วยเช่นกัน เพราะการทำตัวอันน่าหมั่นไส้ และการเล่นโดยอาศัยเทคนิคที่โจงแจ้งโดยดูเป็นตัวร้ายของสนามในจริงๆ แต่ก็ต้องยอมรับในฝีมือเขานะ เขาอยู่กับทีม มาดริด 10 กว่าปี เขาก็ขึ้นตำแหน่งอาวุโสอย่างแน่นอน เป็นกับตันทีมอยู่โดยตลอดเลย เขาถูกเป็นตัวจริงในสนามตลอดทุกนัด เป็นเสาหลักของทีมตัวจริงเสียงจริง ถ้าเขาไม่เจ็บไม่โดนแบนจากนิสัยเสียของเขาก่อนอะนะ

เขาอยู่ในทีมนี้ยาวนาน และได้พาทีมความแชมป์อย่างมากมายจริงๆ เก็บ 3 สมัยให้กับ ลาลีกา โคปาดะเลย์อีก 2 สมัย ยูฟ่า 1 สมัย แชมป์สโมสรโลกอีก 1 สมัย แชมป์เปี้ยนลีกอีก 2 สมัย เขาลงทุกนัดในทุกแชมป์จริงๆ มาถึงตรงนี้ก็ถือได้ว่า เป็นหลักฐานที่ดีถึงค่าตัวอันมากมายของเขานั้นว่า คุ้มค่าจริงๆนะ

ตอนนั้นใครๆก็มองว่าค่าตัวช่างมากเกินตัวเด็กคนนี้แน่ๆ

ถูกพิสูจแล้วว่า ไม่ผิดหวังเลยจริงๆที่ได้เขามา เขาตอบแทนได้ทุกบาททุกสตางค์รวมถึงให้ดอกเบี้ยอีกด้วย มาถึงตอนนี้ใครจะไม่ชอบการทำตัวของเขา เขาก็ไม่สน เขาถือเป็นคนที่น่ายกย่อง เขาไม่สนขี้ปากใครหรอก เขาเพียงทำทุกทางให้ทีม ราชันชุดขาว ชนะในทุกๆนัดให้ได้ เพียงแค่นั้น ในความสำเร็จ ก็ต้องเป็นด้านมืดกันบ้าง

ที่นี่บาร์ซ่า !! สุดยอดทีมจอมปั้นสตาร์ลูกหนังแห่งโลก

ที่นี่บาร์ซ่า !! สุดยอดทีมจอมปั้นสตาร์ลูกหนังแห่งโลก

หากพูดถึงเจ้าบุญทุ่มสโมสรยักษ์ใหญ่แห่งหลีกลาลีก้าสเปน

ต้องบอกเลยว่า ที่เบนาเบลแห่งนี้ปลุกปั้นสร้างนักเตะจนประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงโด่งดังมาแล้วมากมายหลายคน เรียกได้ว่ามีให้เห็นกันทุกยุคทุกสมัยกันเลยทีเดียว บางคนขนาดเลิกเตะไปแล้วเป็นหลายสิบปี ก็ยังถูกยกให้เป็นตำนานของเจ้าบุญทุ่มมาจวบจนปัจจุบัน

ย้อนกลับไปในช่วงที่บาร์เซโลน่ากำลังบูม ๆ ในตอนนั้นมีนักฟุตบอลมากหน้าหลายตาจากทั่วโลกต้องการจะมาแจ้งเกิดที่บาร์ซ่ากันอย่างล้มหลาม ยกตัวอย่างเช่น นักเตะในตำนานอย่าง เสือเตี้ย มาราโดน่า แม้ผลงานอาจไม่โดดเด่นเท่าไหร่นัก  แต่ทางบาร์ซ่านั้นยอมควักเอาทุนมูลค่ามหาศาลเพื่อแย่งชิงให้มาร่วมทัพ ซึ่งย้ายมาได้ไม่นานครอบครองหัวใจแฟนบอลได้อย่างอัศจรรย์ใจ

หรือจะเป็นโรนัลดิญโญ่ นักเตะพรสวรรค์สัญชาติบราซิล  แซมบ้าผู้นี้มีสไตล์การเล่นที่พลิ้วไหว สวยงามอย่างสุด ๆ   หากจะให้เล่าถึงอชีวประวัติของเขา เอาจริง ๆวันนึงก็ไม่หมด แต่ที่แน่นอนเลยนั้น ก่อนหน้าจะมาอยู่พี่แกไม่ท็อปฟอร์ม และไม่ดังแบบเปรี้ยงปร้างได้เท่าอยู่กับบาร์ซ่าแบบเห็นได้ชัด

และสุดท้ายเลยครับ อีกหนึ่งคนจะไม่พูดถึงไม่ได้  สำหรับ ลีโอเนล เมสซี่ ยอดนักเตะมหัศจรรย์ที่ใครต่างยกย่องให้เขาว่าเป็นนักเตะต่างดาว  เมสซี่เป็นนักเตะที่ตัวเล็กแต่มีความครบเครื่องอย่างสุด ๆ และก็ฟอร์มโหดมาตั้งแต่เด็ก ๆ ด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะการครองบอล การส่งบอล การจบสกอร์ ตลอดจน ยิงฟรีคลิก แทบจะไม่เคยทำให้แฟนบอลและโค้ชผิดหวัง  

       ทั้งนี้ต้องขอบคุณเจ้าบุญทุ่มที่ปลุกปั้นกันมาตั้งแต่วัยเยาว์ จนทำให้วันนี้เมสซี่ขึ้นแท่นเป็นเบอร์ 1 ของโลกในการได้รับบาลงดอร์มากที่สุด  และก็น่าจะยังไม่หยุดเพียงที่นักเตะรายนี้ อนาคตวันต่อ ๆ ไปก็ยังเชื่อว่าบาร์ซ่าจะยังคงสร้างนักเตะคุณภาพในกับวงการ FIFA ปลุกปั้นนักเตะให้คนได้จดจำ และให้ได้เอ่ยถึงไปอีกนานแสนนานอย่างแน่นอน  

 

เป็นขวัญใจของแฟนบอลทั่วทั้งโลก 

ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆว่า ทางสโมสร และกุนซือเองก็มีส่วนสำคัญในการผลักดันนักเตะด้วยเช่นกัน อย่างในยุคของกุนซือทั้งเรื่องของระบบบิ๊กเนมทุกตำแหน่งปัจจุบันนี้เองบาร์ซ่าก็ยังคงแข้งนักแตะบางคนเลิกแตะไปแล้วปัจจุบันยังเป็นที่รักของแฟนบอลตลอดกาลแจ้งเกิดเราจะมาย้อนตำนาน 3 ทหารเสือของบราเซโลน่า นับตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน ถ้าพูดถึงแนวลุกของบราเซโลน่าจะมี 3 บุคคล คนแรกคงจะหนีไม่พ้น (Eduardo Mahchon)คนที่สองจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก(Cesarrodriguez) ตำนานทหารเสือคนสุดท้าย(Estanislaobasora) 3ทหารเสือเหล่านี้เป็นทีมสโมสรที่สร้างนักแตะคุณภาพมาแล้วมากมายรวมถึงนักแตะที่ออกไปแล้ว   

2 ผีแดง ระดับตำนานที่ใครๆ เจอผีแดงแล้วถึงกับต้องขนลุก

แมนยูไนเด็ตเป็นอีกหนึ่งสโมสร ที่ตำนานนักเตะดาวดังอย่างตลอด ที่ดีที่สุด ถ้าจะพูดถึงนักเตะในตำนานแมนยูเคยปั้นมาก็มีไม่น้อยที่สามารถสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมที่เห็นได้ชัดเลยก็คงจะหนีไม่พ้นก็คือโรนัลโด้  ในตอนนั้นเฟอิร์กี้ได้ไปคว้าตัวมาตั้งแต่โด้ยังเป็นดาวรุ่ง ปลุกปั้นไม่นานนักตั้งแต่ .. ปี 2002 พร้อมกับหยิบยื่นโอกาสให้ลงตัวจริง จน….

 อีกหนึ่งตำนานที่หลายคนยังไม่ลืม เดวิด แบ้ก ที่ก็ได้รับโอกาสดี ๆจากเฟอร์กี้เช่นกัน สมกับฉายาสับขาหลอกและก็ยังมีอีกหลายท่านที่ยังไม่พูดถึงประสบความสำเร็จโดยนับไม่ถ้วนเชื่อว่ากำลังจะเป็นอีกตำนานของวงลูกหนังโลก